THIS IS FAN-FICTION!!!
คำเตือน!! Entryนี้ ลงแฟนฟิคชั่น ช - ช (Yaoi)
ใครรับไม่ได้ กรุณาคลิกปุ่ม x เพื่อออกจากBlogนี้ค่ะ
 
Fan-Fiction : TaoKacha AF8
1.ฟิคนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเองจากมโน จากต่อมจิ้น จากเซลล์สมองของข้าพเจ้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริงที่มีอยู่ขึ้น
2.ฟิคนี้ คือ ฟิค ไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งใดๆที่ตัวละครกระทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินไม่ว่าทางใดๆ
 
Short Fic ตอนนี้ เรียกว่า เขียนดองไว้ตั้งแต่วันศุกร์แล้วค่ะ ผู้แต่งเพิ่งมีโอกาสได้แต่งต่อจนจบค่ะ เนื่องจากเสาร์อาทิตย์แอบอู้ไปตามเต๋าและคชาค่ะ

-----------------------------------------------------------------------
 

ในวันที่เราต้องไกลห่าง (Distance)


ห่างหายไม่เจอหน้ากันไปตั้ง 3 วัน ทุกคนน่าจะเดาออกไหมครับ ว่าผมรู้สึกอย่างไร
โชคร้ายกว่านั้น คือ BB pin และเบอร์โทรหายเกลี้ยง ต้องบอกให้คนอื่นแอดใหม่
ก็ดีครับ ทวิตซะเลย

ทวิตเวิ่น ทวิตรัว หวังให้ใครบางคนเห็นหน้าผมขึ้นตลอดใน Timeline twitter 
ทั้งเรื่องพิน BB ทั้งเรื่องคอนฯพี่เจ พาเค้นท์ไปไถผม เรื่องCover version ของเพลงไม่เคยแพ้
วันต่อมาก็ดูทไวไลท์ ไหนจะมุกทางช้างเผือกอีก
นี่ผมลงทุนเยอะไปมั้ย
ก็เผื่อเขานึกถึงจะได้โทรมาหาผม หรือทวิตมากวนผมซักทีก็ยังดี
แล้วก็...แอดพินมาใหม่ด้วย!

อยากจะโทรไปหาใจจะขาด แต่เข้าใจไหมครับ ว่าเขาก็ทำงานถ่ายละครทั้งวันทั้งคืน ว่างตอนไหนก็ไม่รู้
ผมก็ได้แต่รอ รอว่าเขาจะว่างโทรมาหา จะโทรไปก็ใช่เรื่อง ถ้าไปรบกวนการทำงาน มันก็ไม่เหมาะนะ
อ๊ะ ที่รอให้เขาโทรมาหาอยู่นี่ อย่าคิดว่าผมคิดถึงเขามากมายนะครับ
ก็แค่มันเหงาปาก ปกติจะมีเขานี่แหละ ที่คอยฟังผมทุกเรื่อง
จริงๆ เราก็คุยกันทุกเรื่องแหละครับ แฟนคลับเล่าอะไรมา หรือเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกเราก็เอามาเป็นประเด็นคุยกันเสมอ

แต่นี่...หายเงียบไปสามวันสองคืน มันจะมากไปแล้วนะเฟ้ย!
หงุดหงิดครับ หงุดหงิด
คุณเป็นไหมครับ เวลาที่คิดว่าใครน่าจะคิดเหมือนเรา แต่ดันไม่ใช่นี่มัน...ฮึ้ย
ผมคิดว่าเขาจะเหงาซะอีก ที่ไม่มีผมคอยเล่าเรื่องโน่นนี่นั่นให้ฟัง
แต่นี่ ไม่มีโทรมาสักสาย ถ้าเช้านี่ยังไม่โทรมาอีกล่ะก็...
เย็นนี้ เป็นเรื่อง!!

ครืด~ ครืด~~~~

เสียงโทรศัพท์สั่นเป็นสัญญาณว่ามีข้อความเข้า คนเมื่อครู่ที่เพิ่งบ่นเป็นหมีกินผึ้งหยิบโทรศัพท์ของตนมาเปิดดูข้อความ ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วรีบหุบยิ้ม เหลือแค่ยิ้มมุมปาก แต่ใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อ บ่งบอกว่าข้อความนั้น คงแจ้งข่าวดีมากแน่ๆ

ใช่แล้ว คนที่เขารออยู่ ส่งข้อความมาบอกว่า กำลังจะกลับมาแล้ว มีของฝากมาด้วย(เรื่องนี้ประเด็นหลัก) และลงท้ายข้อความว่า “คิดถึงวะ แล้วเจอกัน”
ถ้าจะขนาดนี้แล้ว แล้วผมยังงอนอยู่ล่ะก็ ผมคงใจแข็งเกินไปล่ะ

เจอกันเย็นนี้ เรามีนัด!

---------------------------------------------------------------------

เหนื่อยครับ ยอมรับว่าทำงานแบบเร่งรัดนี่มันเหนื่อยจริงๆ
อากาศที่เชียงใหม่ตอนนี้ก็ทำเอาแสบจมูกและหายใจไม่ออกสุดๆ พอได้พักกองก็อยากจะพักผ่อนจริงๆ
สามวันสองคืน ทำงานเพลินเลยล่ะครับ เพลินจนลืมเรื่องบางเรื่อง กว่าจะนึกออก ก็วันกลับแล้ว
วันนี้ถ่ายละครกันถึงเช้า พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ต้องรีบบึ่งไปสนามบินก่อนที่จะตกเครื่อง

นั่นแหละครับ ตอนนั่งรถไปสนามบินถึงได้นึกออกว่าลืมอะไร

ผมคว้ามือถือกดส่งข้อความไปให้เร็วเท่าที่สมองตื้อๆและมือแข็งๆจะทำได้
ข้อความสั้นๆถูกกดส่ง และขึ้นเตือนว่าได้ส่งไปยังปลายทางแล้วเรียบร้อย ก่อนที่ตัวผมจะทันนึกออกว่าพิมพ์อะไรลงไปบ้าง

แย่ล่ะสิ ของฝากอะไรนั่นเขาไม่มีหรอก มีเวลาว่างไปซื้ออะไรที่ไหนเล่า
ซวยล่ะสิ แต่เวลาก็ไม่มีแล้วด้วย ที่สนามบินจะมีอะไรขายมั้ยนะ
บอกว่าจะซื้อให้ แล้วไม่ซื้อให้ เดี๋ยวมันได้โมโหใส่แน่ ฮ่าๆๆ

แต่พอไปถึงสนามบิน ก็แทบไม่ได้กระดิกตัวไปไหนเลยครับ ให้เวลากับแฟนคลับไปหมด พอเช็คอินก็เลยต้องรีบขึ้นเครื่องแทน

กลับมาถึงกรุงเทพก็ไปถ่ายรายการก่อน ก่อนจะได้ไปงานแจกลายเซ็น
ทำงานเพลินสิครับ

---------------------------------------------------------------------

วันนี้มีงานที่เซ็นทรัลบางนา ผมก็ไปตามเวลานัด ไม่ใช่แค่จะไปทำงานที่ผมรัก แต่รีบมาเพื่อเจอใครบางคน ซึ่ง...เหมือนงานเขายังไม่เสร็จ
ดูเหมือนผมจะใจจดใจจ่อเกินไปที่เฝ้ารอการมาของใครบางคน โดนเพื่อนแซวไปหลายดอกเลยครับ
"รอเหมือนหมารอเจ้าของเลยนะ ฮ่าๆๆ" โดนไปหนึ่งดอก ปากจัดจังนะพี่
"แบบนี้เจอหน้ากันไม่กระโดดกอดกันเลยหรอพี่? คิคิ" โดนน้องสาวแซวอีกดอก
"ไม่เจอกันนานแบบนี้ อย่าลืมนัดกันไปเตะบอลนะพี่ ฮ่าๆๆๆ" ไอ้คนสุดท้ายนี่มันจะทะลึ่งไปหน่อยนะ ขอเตะตูดมันทีเถอะ

ขณะทะเลาะกับไอ้เด็กแก่แดด คนถูกพูดถึงก็มาถึงพอดี

----------------------------------------------------------------------

"สวัสดีทุกคน" แค่เดินเข้ามาทุกคนก็จะกรูกันเข้ามาหาล่ะ นี่ผมหายไปเชียงใหม่แค่3วัน2คืนเองนะ
"โหย คิดถึงอ่ะพี่ มีของฝากอะไรให้น้องบ้างมั้ยคะ" น้องสาวตัวแสบออดอ้อนขอของฝากเสียแล้ว
"เฮ้ย ไม่มี! ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยว เอ้อ"
ผมทักทายทุกคนก่อนจะเดินไปหาคนที่นั่งนิ่งอยู่ด้านในของห้อง

"เฮ้ย เป็นไงบ้าง" ผมสะกิดไหล่เขา ก่อนนั่งลงตรงข้ามกัน
"ก็...ดี๊~" อีกฝ่ายตอบผมเสียงสูง แต่ไม่ยอมสบตา ก้มหน้าก้มตาเล่นเกมในไอโฟนอย่างเดียว
"เป็นอะไรล่ะ?" ผมลองหยั่งเชิงเขาดู จริงๆดูก็รู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็อยากจะแกล้งเล่น
"เปล๊า~" ตอบเสียงสูงแถมไม่ยอมสบตาอีกแล้ว
"เฮ้ย เงยหน้าขึ้นมาคุยหน่อยสิ" ผมนั่งโน้มตัวไปข้างหน้า ก่อนจะจ้องตาเค้าที่เงยหน้ามาสบตาผมพอดี

"ขอโทษ..."

"ขอโทษเรื่องอะไร"
"ก็มันทำงานเพลิน เลยไม่ได้โทรหา ไม่ได้รู้ว่าBBคุณเจ๊ง"
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่" เขาเอนตัวไปพิงพนัก แล้วทำหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ชา"
"อะไรเต๋า"
"อย่างอนดิ"
"ไหนล่ะของฝาก"
"ก็บอกว่าไปทำงาน"
"ก็แล้วมาบอกว่ามีของฝากทำไมล่ะ!?"
"นี่ตกลง งอนเรื่องไม่มีของฝากใช่มั้ย?"
"งอนอะไร้~ ไม่มี้~ จะงอนทำไม แค่นายหายไป ชั้นไม่ได้จะเป็นจะตายซักหน่อย" ใบหน้าหวานลอยหน้าลอยตาตอบผมอย่างกวนประสาท

...น่าหมั่นเขี้ยว...

"โอ๋ๆ เดี๋ยวกลับมาคราวหน้าจะไม่ลืมนะ หายงอนนะ" ผมหัวเราะ ง้อคนขี้เก๊กนี่เดาทางไม่ยากนะครับ
"อะไร ไม่ได้งอน" เขาตอบผมด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เหมือนเด็กโดนจับโกหกได้
"เหงาล่ะสิ"
"..." เขานั่งเงียบ มือจิ้มมือถือเล่นเกม ทำเป็นไม่สนใจ
"คิดถึงหรอ"
มือเล็กชะงัก ก่อนจะเล่นเกมต่อไป
"คิดถึงนะ"
คำพูดนี้ทำเอาเขาเงยหน้าขึ้นมามองผมได้ ผมส่งรอยยิ้มอย่างนึกขันกลับไปให้เขา
ใบหน้าหวานนั้นแดงระเรื่อ ก่อนจะลุกหนีผมไป

"บ้าเอ้ยยยยย"

------------------------------------------------------------------------

บ้าจริง ไม่มีใครเขางอนสักหน่อย คิดเข้าข้างตัวเองไปได้ เขาไม่ได้สำคัญกับผมขนาดนั้นเสียหน่อย
ก็แค่ไม่ชอบคนผิดสัญญา
ก็ไหนบอกมีของฝาก แต่ดันไม่มีมาให้ซะงั้น
แต่เมื่อกี้เขามาง้อ ผมก็เลยแกล้งงอนไป
แล้วไอ้ประโยคสุดท้ายนี่มัน...

มาคิดถงคิดถึงอะไรกันเล่า บ้าจริง

แต่หลังจากนั้น เราก็คุยกันเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก็จริงๆนี่ ไม่มีอะไรซักหน่อย ก็เราไม่ได้ทะเลาะกันนี่นา

เขาบอกผมว่า พรุ่งนี้เขาต้องกลับแล้ว แล้วก็จะไปอยู่เชียงใหม่อีก12วัน
ถ้านานขนาดนั้น!!!!

ผมจะทำยังไงดี!!!
---------------------------------------------------------------------

ก็ไม่รู้ว่าผมชอบที่จะตัวติดกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่
รู้ตัวอีกที ก็จะคอยดูแลเขาอยู่ตลอดเวลา ผมไม่อยากให้เขาหายไปจากสายตาผมเลย ให้ตายสิ!

เหมือนผมจะง้อสำเร็จ คนตัวเล็กกลับมาร่าเริง คุยกับผมเหมือนเดิม แต่กลับเป็นผม ที่กลับรู้สึกใจหายอย่างไรชอบกล

...12วันหลังจากนี้ เขาจะเป็นอย่างไรนะ...

ผมเป็นห่วงเขาล่วงหน้า เป็นห่วงจนคิดว่า ไม่กี่ชั่วโมงในวันนี้ที่เขาจะได้อยู่ในสายตาของผม ผมจะดูแลเขาทดแทนอีก12วันได้มั้ย

ผมรู้สึกว่าเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ได้ใช้ในวันนี้กับเขา มันอาจไม่พอให้ผมหายคิดถึงเขาได้เลย
ไปอีกตั้ง12วัน!!

แล้วงานช่วงเย็นก็เริมขึ้น ผมเดินตามเขาไปบนเวที แน่นอน ผมไม่ยอมห่างจากเขาหรอก เรายืนใกล้กัน พยายามยืนติดกัน เราหยอกล้อกัน ดูเขาก็ชอบจะหันมาทางผมเหลือเกิน เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ เขาชอบแกล้งแฟนคลับเสียจริง

แต่มันก็เท่ากับแกล้งผมด้วยไง!!!
---------------------------------------------------------------------

12วันนะครับ!!!
ตั้ง12วัน!!! 

12วันที่เผือกเอ๋อจะหายเงียบไป ผมรู้ดีว่า เวลาเขาทำงาน เขาจะทุ่มเทเต็มร้อยจนลืมเรื่องอื่นเสมอ

หายไป3วันผมยังห่วงแทบบ้า นี่จะหายไปตั้ง12วัน!!!

ก็ได้...ผมยอมรับว่าผมคิดถึงเขา ก็แล้วยังไงล่ะ ผมก็เป็นห่วงของของผมเหมือนกันนะ
งั้นวันนี้ จัดเต็ม!

แต่พอเอาเข้าจริง จัดเต็มอะไรกัน วันนี้แค่นั่งข้างกัน ใจผมก็สั่น สมองผมตื้อไปหมด จะพูดแต่ละคำยังต้องนึกนาน จำอะไรไม่ได้เลย แค่โฆษณาตัวเองมีอะไรบ้าง ผมยังลืม
แล้วตอนเขาจับหัวผม จูนหัวผม(เรียกเขย่าหัวน่าจะตรงกว่านะครับ)
ผมได้แต่หันไปยิ้มให้ คือ...ใจมันพองคับอกไปหมด

ดีใจ...
มีความสุข...
คิดถึง...
โหยหา...
และความรู้สึกอะไรสักอย่าง ที่มันมากกว่านั้น แต่มันเรียกว่าอะไร ผมไม่อยากจะคิดหาคำตอบตอนนี้หรอก แค่ผมรู้ว่า ทุกครั้งที่ยังมีเขาอยู่ใกล้ ผมพอใจกับความสุขที่ได้รับแล้ว

วันนี้ก็เลยถือโอกาส อยู่ใกล้เขาให้มากๆ ได้ประโยชน์ทั้งตัวผมเอง ทั้งได้แกล้งแฟนคลับ (อยู่ใกล้กันหลายที กรี๊ดกันดังเชียว) และเหมือนเขาก็จะมีความสุขทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้

เราสองคนคงติดการสัมผัสมากไป เพราะวันนี้ทั้งวันเราตัวไม่ห่างกันเลยครับ

ขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ ขอแค่ให้ได้ยืนข้างกัน ขอแค่ให้ได้เอ่ยถึงกัน ขอแค่ได้มองตากัน ขอแค่ให้ได้สัมผัส

ขอแค่เพียงเท่านี้ หรือจริงๆเราอาจต้องการแค่นี้ แค่ให้หายคิดถึงสำหรับ3วัน2คืนที่ผ่านมา

--------------------------------------------------------------------------

หลังเลิกงานแจกลายเซ็น ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บ้านใครบ้านมัน แต่ไอ้ตัวเล็กดันชวนผมไปเตะบอล อ๊ะ อย่าคิดลึกกันนะครับ แค่อยากไปเตะบอลเฉยๆ ฮ่าๆๆ

ตัวเล็กมันนึกอะไรไม่รู้ ชวนผมไปเตะบอล ทั้งๆที่ตอนลงจากเวทีก็บ่นปวดหัว

ตอนมาชวนผมไป ผมก็ปฏิเสธสิครับ ไล่ไปนอนสิ คนป่วย คนไม่สบายก็ควรพักผ่อน

แต่ถ้าเขาได้อ้อนแล้ว ผมมักจะใจอ่อนเสมอ ยิ่งครั้งนี้เขาให้เหตุผลที่ผมไม่กล้าปฏิเสธ

“ก็เต๋าจะไปเชียงใหม่ตั้ง12วัน เราจะไม่ได้เจอกันตั้ง12วัน อยู่ด้วยกันนานๆไม่ได้หรือไง แล้วก็จะไม่ได้เล่นบอลด้วยกันไปอีกตั้งหลายวัน ไปเตะกับคชาหน่อยนะ”

ไปก็ไปครับ แต่ผมจะยอมให้เขาเล่นแป๊บเดียวเท่านั้นแหละ คนไม่สบายก็ควรจะนอนพักนะ ถ้าดื้อนัก เดี๋ยวจะโดนดี ถึงจะมีคุณป้าของเขาคอยไปรับไปส่ง แต่มาเที่ยวเล่นออกกำลังกายตอนไม่สบายนี่ก็ใช่เรื่อง

สรุปว่า เราก็ไปเตะบอลกันครับ เรียกว่าเล่นกันสนุกสุดเหวี่ยง เตะกันสุดแรง ทิ้งทวนกันเชียว

และดูเขาจะมีความสุขมาก จนลืมไปเลยว่าไมเกรนขึ้นน่ะนะ

 

ผมก็ดีใจ ที่เขามีความสุข

-----------------------------------------------------------------------------

หลังเลิกเตะบอล พวกเราก็กอดคอเดินไปเก็บของในห้องล็อกเกอร์ ตอนเดินเข้าห้องนี่ยังหัวเราะลั้นลา พอแยกกันเก็บของเท่านั้นแหละ ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้อง บรรยากาศชวนอึดอัดขึ้นมาทันที

ต่างคนต่างเก็บของกันเงียบๆ ผมหันไปมองเขาทีนึง เห็นแต่แผ่นหลังใหญ่ของเขา คนที่ผมพึ่งพิงมาตลอด หวังให้เขารับรู้แล้วหันมามองผมพอดี เผื่อผมจะนึกอะไรออก ว่าผมต้องพูดว่าอะไร

แต่เขาก็ไม่ได้หันมา

และเราไม่ได้พูดอะไรกันเสียที

-------------------------------------------------------------------------------

หลังเลิกเตะบอล พวกเราก็กอดคอเดินไปเก็บของในห้องล็อกเกอร์ ตอนเดินเข้าห้องนี่ยังหัวเราะลั้นลา พอแยกกันเก็บของเท่านั้นแหละ ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งห้อง บรรยากาศชวนอึดอัดขึ้นมาทันที

ต่างคนต่างเก็บของกันเงียบๆ ผมหันไปมองเขาทีนึง เหมือนเห็นแวบๆว่าเมื่อครู่เขาหันมามองผม แต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยเรียกชื่อเขาออกไป ผมยืนมองคนตรงข้าม คนร่างเล็กๆบอบบาง คนที่จิตใจเข้มแข็งกว่าที่เห็น แต่ก็ยังเป็นเด็กน้อยที่ต้องคอยมีคนดูแลในหลายๆเรื่อง

หลายเรื่องผมดูแลเขาโดยตั้งใจ เห็นแล้วมันอดไม่ได้ และอีกหลายเรื่องที่เขาร้องขอโดยตั้งใจ และผมก็ไม่เคยปฏิเสธ

ทำไมผมถึงดูแลเขาดีขนาดนี้นะ?

 

ผมก็อยากรู้เหมือนกัน

-------------------------------------------------------------------------------

 

ทั้งเต๋าและคชาก็เก็บของเสร็จไล่เลี่ยกัน แต่ก็ยังไม่มีใครหันหน้าเดินออกมาจากล็อกเกอร์ จนเป็นเต๋าเองที่เดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวที่อยู่หลังคชา ใบหน้าหล่อจ้องมองคนตัวเล็กอย่างนึกสงสัย

“หายปวดหัวหรือยัง”

“อืม ก็ดีขึ้นแล้วล่ะ” คชาหันมาตอบ ก่อนจะย้ายตัวลงมานั่งข้างๆ

“...”

“...”

ต่างคนต่างเงียบกันไป

“เต๋าไปเชียงใหม่ตั้ง12วันแหนะ”

“ก็ไปทำงาน ทำไงได้”

“อืม ไม่เจอกันตั้ง 12 วันแหนะ”

“คิดถึงรึไง” คนถามอมยิ้มน้อยๆ พลางเอามือขยี้หัวคนถูกถามอย่างนึกเอ็นดู

“เปล่าซักหน่อย! ก็แค่...มันโหวงๆไงไม่รู้ เหงาล่ะมั้ง...แต่ไม่เป็นไรหรอก ชาอยู่ได้” คชาพูดพลางหันมาสบตาเต๋า รอยยิ้มระบายอยู่บนใบหน้า นัยน์ตาหยีเล็ก

“ได้แน่นะ” มือหนาลูบหัวคนตัวเล็กอย่างห่วงใย

“ได้ดิ! ชาเคยไปทำงานโดยไม่มีเต๋ามาตั้งกี่วัน กี่ครั้งแล้ว ไม่ได้เจอเต๋าแค่12วันติดกัน ไม่เป็นไรหรอก!!”

แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ดวงตาเล็กๆกลับมาน้ำใสคลอหน่วย

...ยิ้มทั้งน้ำตา...

“นั่น...ไหนบอกว่าไม่เป็นไรไง” เต๋าใช้ปลายนิ้วบรรจงเช็ดน้ำตาทั้งสองข้าง “ขี้แย”

“ชาไม่ได้ขี้แย อย่าว่ามาชานะเต๋า” คชายกมือทำท่าจะต่อยคนช่างแซว

“เฮ้ยๆๆๆ เต๋าล้อเล่น โอ๋ๆๆ” เขารวบร่างบางเข้ามากอดปลอบไว้ ลูบหลังอย่างแผ่วเบา ก่อนคนขี้แยจะปล่อยให้น้ำตามันไหล มือน้อยๆกอดตอบ

 

ปล่อยให้น้ำตาไหลอย่างเงียบๆ

 

...เขาไม่เคยสนิทกับใครมากขนาดนี้ นอกจากครอบครัวของเขา และไม่เคยมีคนสนิทของเขาคนไหน ที่จะห่างหายไปจากเขานานๆ และปุบปับแบบนี้ มันยังไม่ชิน ที่คนเคยอยู่ใกล้ๆตลอด คนที่คอยดูแลและตามใจเขาตลอด จะหายไปอยู่ไกลๆ และไม่ได้มาคอยดูแลเขาอีกซักพักใหญ่...

 

...เขาไม่ค่อยสนิทกับใครมากขนาดนี้ และเหมือนเขาจะเสพติดการดูแลคนคนนี้ไปเสียแล้ว มันอดไม่ได้ที่จะต้องคอยเอาใจใส่ และคอยตามใจ ทั้งๆที่เหมือนอีกคนคงอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเขาดูแล แต่พอจะห่างกันไป กลับกลายเป็นว่า เขานี่แหละ ที่จะอยู่อย่างปกติไม่ได้ เพราะไม่มีคนที่นั่งข้างๆเขาตลอดเวลา คนที่เขาต้องคอยตามประกบคอยดูแล น่าใจหายเหมือนกันนะ ไม่มีคนให้ดูแลไปอีกซักพักใหญ่...

 

ทั้งสองคนปล่อยน้ำตาให้ไหลอย่างเงียบๆ

 

ต่างโอบกอดเพื่อปลอบประโลมคนถูกกอดและตัวเอง

 

 ก่อนที่คนตัวเล็กจะหยุดร้องไห้ และขืนตัวออกจากอ้อมแขนเบาๆ

“พอแล้ว ซบอกเต๋าตอนนี้ นานกว่านี้ไม่ไหวหรอก ตัวเหม็น” พูดพลางเบะปาก ทั้งที่น้ำหูน้ำตาย้อย

“ทำเป็นพูดดีไป ร้องไห้ขี้มูกโป่งขนาดนี้ยังจะทำปากดี” มือขาวซีดจับจมูกร่างเล็กก่อนออกแรงบีบเบาๆ

“โอ๊ย เจ็บ!” คชาจัดการต่อยท้องเต๋าไปหนึ่งที

“ต่อยหรือนี่ เบาอย่างกับสะกิด”

“ต๋าววววววววววว” คนหน้าหวานปั้นหน้าบูดบึ้งใส่คนชอบแกล้ง ในขณะที่คนแกล้งกับหัวเราะชอบใจ

“ไปกันเถอะ คุณป้ารอนานแล้วล่ะ”

ชายหนุ่มก้มจุมพิตกลางกระหม่อมอย่างนุ่มนวล ก่อนจะขยี้หัวตัวเล็ก ที่ตอนนี้หน้าแดงถึงใบหู เต๋าจูงมือคชาเดินออกไป แต่เดินไม่กี่ก้าว คชาก็ขืนมือไว้

“ลืมอะไรหรือชา”

“เต๋าก้มลงมาหน่อย ชามีไรจะบอก”

ใบหน้าหล่อเลิกคิ้ว สงสัยในคำพูด แต่ก็ก้มตัวลงไปหาอย่างว่าง่าย

“ขอบคุณนะสำหรับทุกอย่าง” ร่างบางพูดเร็วจี๋ ก่อนจะฝังจมูกลงบนแก้มขาวแล้วรีบถอยออก คนโดนขโมยหอมแก้มได้แต่ทำหน้าประหลาดใจ

“อะไรเล่า! รีบๆเดินออกไปได้แล้ว คุณป้ารออยู่” คชารุนหลังให้คนที่ยังยืนอึ้งเดินออกไปข้างนอก

 

บนทางเดินก่อนถึงรถช่างเงียบสนิท มีเพียงสองร่างที่เดินเคียงคู่มาด้วยกัน ต่างคุยเล่นคุยแซว เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้เกิดอะไรขึ้น

 

ก่อนถึงลานจอดรถ

ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ

ก่อนจะห่างกันไกล

 

“เมื่อกี้กล้าจังนะชา” คนขี้แกล้งเอ่ยประโยคนี้ลอยๆ ก่อนคนถูกพาดพิงจะฟาดมือเข้าที่หลังป๊าบใหญ่

“เงียบไปเลย”

เต๋าจับมือคชาที่ฟาดเขาเมื่อครู่มาจับไว้ แล้วบีบเบาๆ

“แล้วเจอกันนะ”

“แล้วเจอกัน”

“ถ้าว่างแล้วจะโทรหา”

“ถ้าว่างแล้วจะรับสาย”

“คราวนี้จะไม่ลืมของฝาก”

“ก็ถ้าคราวนี้จะลืมของฝากล่ะก็...”

ทั้งคู่ตีหน้ายักษ์ใส่กัน ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

มือทั้งคู่ที่ประสานอยู่ ค่อยๆปล่อยออกจากกัน เพื่อแยกย้ายกันไป

มือที่เคยประสานกันไว้ ถูกใช้โบกมือเพื่อบอกลา

 

แยกจากกันด้วยรอยยิ้ม

รอคอยวันที่จะได้กลับมาพบอีกใน 12 วันข้างหน้า

 

เต๋า กับ คชา

 

 ------------------------------------------------------------------------

  

 Bowybowi's Talk

Short fic ตอนนี้อาจจะเขียนคลุมเครือและไม่ชัดเจน แต่ผู้แต่งจงใจให้เป็นเรื่องที่ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหนค่ะ *โดนเตะ*

ที่จริง ในความคิดของคนแต่ง ไม่ว่าระดับความสัมพันธ์ที่แท้จริงแล้วของทั้งสองคนจะเป็นอย่างไร เราดีใจที่ได้เห็นเขาทั้งสองคนอยู่ใกล้กันเสมอค่ะ อาจจะไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งข้างกันเฉยๆ เราก็รู้สึกว่าเค้าต่างสื่อถึงกันด้วยด้วยภาษาของพวกเค้าเอง ที่พวกเราเข้าไม่ถึงนะค่ะ ฮ่าๆๆๆ

เต๋าและคชาต้องห่างกันตั้ง12วัน ฮึ้ย คิดถึงงานคู่ค่ะ เอิ๊ก

แต่ต่างคนต่างไปทำงานที่ตนรัก และงานที่ดีในวงการบันเทิง แม้ห่างกัน ก็ใช่ว่าจะไม่ได้คุยกันนี่คะ

 

ใครจะไปรู้

 

ปูลู คนแต่งหลุดประเด็นไปเยอะ ขออภัยค่ะ

ปูลู 2 อย่าลืมโหวตให้คชากันนะคะ มาร่วมโหวตให้คชาเป็นขวัญใจมหาชนในรายการไนน์ เอนเตอร์เทนกันค่ะ
เราจะได้มีโอกาสเห็นคชาในชุดสูทอริีงอรั๊งรับรางวัลบนเวที แล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งออกทีวี ฮ่าๆๆๆๆ

กดเลย M2 ส่ง 4111919 ส่งได้เบอร์ละ 5 ครั้งต่อวัน ส่งได้ถึงเที่ยงคืนวันที่ 13 มี.ค. 55
ประกาศผลวันที่ 14 มีนาคม 2555 ที่โรงละครแห่งชาติค่า

ปูลู 3 ตอนนี้เราสามารถขอเพลง"เพราะเธอคนเดียว" ได้ทางสถานีวิทยุทั่วประเทศแล้วนะคะ เป็นกำลังใจให้เต๋ากันด้วยเด้อ

ปูลู 4 สุดท้าย ของตัวเอง ฮ่าๆๆๆ ขายของๆ ใครอยากสั่งซื้อพวกกุญแจและเข็มกลัดเต๋าคชา คลิกไปเลือกชมได้ที่หน้า Page Sale เด้อ
ฝากด้วยค่า ^________^

edit @ 15 May 2012 17:46:22 by Bowy_Minie

THIS IS FAN-FICTION!!!
คำเตือน!! Entryนี้ ลงแฟนฟิคชั่น ช - ช (Yaoi)
ใครรับไม่ได้ กรุณาคลิกปุ่ม x เพื่อออกจากBlogนี้ค่ะ
 
Fan-Fiction : TaoKacha AF8
1.ฟิคนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเองจากมโน จากต่อมจิ้น จากเซลล์สมองของข้าพเจ้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริงที่มีอยู่ขึ้น
2.ฟิคนี้ คือ ฟิค ไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งใดๆที่ตัวละครกระทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินไม่ว่าทางใดๆ
3.ฟิค นี้ คนเขียนใช้เวลานานในการแต่ง เนื่องจากเวลาว่างมีน้อย และเวิ่นนานก่อนเขียน จะลงประมาณ สัปดาห์ละ1ตอนค่ะ ถ้าเกินค่อยทวงนะคะ ฮ่าๆๆๆ
-----------------------------------------------------------------------
 
[Fic]{TaoKacha}วายร้ายกับจอมยุ่ง
 

ตอนที่ 4 Hostage or Prisoner

รถลิมูซีนสีดำแล่นเอื่อยๆบนท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยรถจำนวนมาก ตอนหลังของรถ มีคนสองคนนั่งประจันหน้า จ้องกันไม่วางตา ความเงียบปกคลุมทั่วรถ ราวกับใครเปล่งเสียงก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่ในที่สุด คนผมยาวก็แพ้ความอยากรู้อยากเห็นของตนเอง

“คุณเป็นใคร แล้วลักพาตัวผมมาทำไม” คชาตีหน้านิ่ง ต่อให้กลัวแค่ไหน คนอย่างเขาก็ไม่ยอมเสียฟอร์มหรอก

“แล้วเธอ...เอ้อ...นายล่ะเป็นใคร เพศไหนกันแน่” อีกคนก็หน้านิ่งเป็นบุคลิกประจำกาย เต๋าลืมวิธีแสดงสีหน้าไปหมดแล้ว

“เฮ้ย! คุณ! ฟังดีๆนะ ผม! เป็น! ผู้! ชาย! ชัดมั้ย!?” คนโดนถามเริ่มโมโห ตอบเสียงเน้นๆชัดๆ นี่มันชักจะมากไปแล้วนะ แค่นี้ก็ดูไม่ออกรึไง

“นี่ก็ของปลอม” แล้วก็แกะวิกผมออก

“นี่ก็ปลอม” ควักซิลิโคนเสริมนมออก เขาก็ยังเห็นสีหน้าของคนนั่งตรงข้ามนั้นนิ่งสนิท

“ถ้าไม่พอใจ หรือยังไม่เชื่อ เดี๋ยวผมควักของจริงให้ดูมั้ย??” ชายหนุ่มทำท่าจะรูดซิปกางเกงยีนส์

“หยุด! พอแล้ว รู้แล้วว่านายเป็นผู้ชาย ไม่ต้องลงทุนขนาดนั้นก็ได้” เต๋ารีบห้ามก่อนที่คชาจะโชว์อนาจารในรถของเขา

“ฮึ้ย แล้วคุณลักพาตัวผมมาทำไมเนี่ย”

“ตัวประกัน”

“หะ!? ตัวประกันอะไร คุณจะเรียกค่าไถ่ผมหรอ ผิดคนแล้วคุณ ผมเป็นแค่นักต้มตุ๋นมือใหม่ ฐานะทางบ้านก็ยากจน หนี้สินท่วมหัว ไม่มีเงินให้คุณสักแดงเดียวหรอกครับ ปล่อยผมกลับไปเหอะ” คชาลากเสียงสูงยาวหวังเรียกร้องให้คนหน้าตายเห็นใจ ปล่อยตัวเขากลับบ้าน

“ไม่ได้” ตอบโดยไม่ต้องคิด

“เหย คุณ ได้หน่อยเถอะ คนเดินดินอย่างผมมันจะมีค่าให้เป็นตัวประกันได้ยังไงล่ะ” ร่างเล็กพนมมือยกท่วมหัว อ้อนวอนให้คนตรงหน้าปล่อยตัวเขาไปสักที

“มี เพราะฉันรู้ว่า ใครสักคนในแก๊งของนาย จับลูกน้องฉันไป” ตาคมจ้องตาอีกฝ่าย

“แก๊งอะไรคุณ ผมเป็นนักต้มตุ๋นอิสระ ที่ให้ความร่วมมือกับตำรวจเวลาที่เขาต้องการนกต่อ ทีมผมก็มีแค่ผม กับน้องข้างบ้านอีกคนเท่านั้นแหละ เรียกเป็นกลุ่มยังไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วลูกน้องคุณนี่ใครกัน ผมไม่ยักจะรู้ว่าน้องชายผมจับลูกน้องคุณไปนะ” คชาเถียงเป็นพัลวัน เขาไม่ได้ทำผิด แล้วจะให้เขามารับผิดได้ยังไงเล่า

“ถ้าไม่ใช่น้องของนาย ก็ต้องเป็นตำรวจในกลุ่มของพวกนาย เพราะมีแค่พวกนายที่เข้าออกบ้านหลังนั้นได้ตามใจชอบ สัญญาณติดตามตัวของลูกน้องฉันหายไปที่บ้านหลังนั้น”

“ลูกน้องคุณอาจจะทำเครื่องส่งสัญญาณเสียก็ได้ ใครจะไปรู้ ป่านนี้อาจจะหนีไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้”

เต๋านึกข้อโต้แย้งให้คำพูดของคชาไม่ออก ความเงียบเกิดเพียงชั่วครู่ก่อนที่ไทด์จะทำลายความเงียบนั้น

“เต๋า เด็กมันส่งข้อมูลมาให้ อยู่ในเมลล์นะ” คนถูกเรียกหยิบโทรศัพท์คู่ใจ ก่อนเปิดเมลล์ สิ่งที่เขาเห็นบอกได้คำเดียวว่า คนปากดีปฏิเสธไม่ได้แน่

“ถ้านายเห็นภาพนี้แล้วจะตอบฉันว่าไง” เต๋ายื่นโทรศัพท์ให้คชาดูรูปรูปหนึ่ง รูปที่เป็นเจมส์อุ้มผู้ชายคนหนึ่งออกมาจากบ้านหลังนั้น แล้วพาขึ้นรถไป

“...ไม่จริงน่า...” ร่างเล็กอุทานเสียงแผ่ว

“นี่แหละเรื่องจริง ทีนี้ นายจะยอมรับผิดชอบได้หรือยัง” เสียงเข้มบีบคั้นจิตใจคชาเหลือเกิน เขาจะมีชีวิตอยู่รอดถึงพรุ่งนี้มั้ยเนี่ย

...หม่าม้า ช่วยคชาด้วย!!!!!...

คชาได้แต่สบตาเต๋า กระพริบตาปริบๆ กลอกตาไปมา แล้วก็กระพริบตาปริบๆ ทำวนไปวนมา เหมือนคนกำลังคิด

“พอ! เลิกกลอกตาไปๆมาๆสักที ฉันเวียนหัว เอาเป็นว่า นายต้องเป็นตัวประกันต่อไปจนกว่าทางนั้นจะยอมแลกตัวนายกับต้น”

...เขามีทางเลือกอื่นด้วยหรอ ฮึ้ย... 

“ถ้านายทำตัวดี นายก็จะได้อยู่สบายๆอย่างตัวประกันชั้นดี แต่ถ้าเกิดคิดหนีเมื่อไหร่...อย่าหาว่าฉันไม่เตือนแล้วกัน” ร่างสูงยื่นหน้ามากระซิบข่มขู่คนตัวเล็ก ที่ตอนนี้กลัวจนตัวสั่น แต่ยังพยายามปั้นหน้าให้นิ่งที่สุด

“แล้วนายรู้ได้ไง ว่าเขาจะยอมแลกกับฉัน อยากได้ลูกน้องคืนขนาดนี้ แสดงว่าต้องมี Something’s wrong แน่ๆ เขาเป็นแฟนนายรึไง”

ใบหน้าขาวกระตุกเหมือนช็อคไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาหน้าตายดังเดิม

“เขามีข้อมูลลับสุดยอด ที่ฉันมอบหมายให้เขาไปสืบมา เขาไม่ใช่แฟนฉัน เพราะฉันไม่ได้ชอบผู้ชาย”

“อ๋อ เหรอ อืม แต่หน้าอย่างนายนี่มันเกย์ชัดๆเลยอ่ะ ไม่ใช่จริงดิ?” คชาทำเป็นมองเต๋าหัวจรดเท้า เขากำลังสนุกกับการปั่นหัวนายมาเฟียเล่น

...อยากมาจับเขาเป็นตัวประกันดีนัก พ่อจะป่วนจนต้องส่งกลับเลยคอยดู... 

“นายชื่ออะไร?” ร่างหนาถามพลางขยับตัวหาของ

“แหม ยังอุตส่าห์ถามชื่อเอาป่านนี้เนาะ อยากรู้ด้วยหรอ สนใจสานความสัมพันธ์ต่อหรอฮ้า??”

“ตกลงว่า นายชื่ออะไร”

“บอกชื่อนายก่อนดิ จะจีบคนอื่นก็ต้องบอกชื่อตัวเองก่อนเด้”

ดูเหมือนเส้นความอดทนของเต๋าใกล้จะขาดผึง แม้หน้าจะนิ่ง แต่ดูจากคิ้วที่ผูกปมซะแน่น ดูท่าจะอารมณ์บ่จอย แต่คนกวนประสาทก็ใช่ว่าจะสำนึกได้ สนุกเสียอีก เอาให้ประสาทแดกตายไปเลย เขาจะได้กลับบ้านได้ซักที

“ฉันชื่อเศรษฐพงศ์”

“ผมชื่อคชา”

“สวัสดี คชา ยินดีต้อนรับสู่การเป็นเชลย”

แกร๊ก!

เต๋าหยิบกุญแจมือจากไหนไม่รู้ ล็อกมือคชาทั้งสองมือไว้เสียแล้ว คนโดนจองจำได้แต่นั่งอ้าปากหวอ ส่วนคนจองจำนั่งพิงพนัก ผิวปากสบายใจ

เขารู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเด็กนี่ จริงๆแล้ว เขาไม่เคยมีความรู้สึก หรือการแสดงออกทางอารมณ์นักหรอก เป็นตั้งแต่เพื่อนรักของเขาตายด้วยน้ำมือเขา แต่หมอนี่กลับทำให้เขา“รู้สึกสนุก”ซะได้ อยากจะเลี้ยงไว้ดูเล่นเหมือนกัน อยากจะรู้ว่า มันจะทำให้เขา“รู้สึก”อย่างอื่นอีกไหม

“เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย! คุณจะบ้ารึไง ไหนบอกเป็นตัวประกันชั้นดีไง แล้วทำไมต้องใส่กุญแจมือผมด้วย แล้วคำว่าเชลยกับตัวประกันมันต่างกันนะคุณ คิดจะทำอะไรผมเนี่ย ปล่อยผม” ร่างเล็กโวยวาย ทั้งแหกปาก ทั้งทุบตี ขยับตัวไปทุบกระจก จะเปิดประตูรถ จะหนีไปทั้งอย่างนั้น จนนายเศรษฐพงศ์ต้องคว้าตัวมาจับรัดไว้บนตัก แต่ไม่วาย ตัวแสบยังไม่หมดฤทธิ์ ทั้งดิ้นทั้งทุบทั้งกัดเขา

“คชา ถ้ายังไม่หยุด ฉันไม่รับรองความปลอดภัยของนายนะ”

“ปลอดภงปลอดภัยอะไรเล่า ที่เป็นอยู่นี่ก็ไม่มีความปลอดภัยอะไรในชีวิตผมแล้ว ปล่อยผม”

“ฉันบอกให้หยุดดิ้นไงเล่า!”

“ไม่หยุดโว้ย”

“จะหยุดไม่หยุด?” เต๋าแทบหมดความอดทนกับไอ้ตัวแสบนี่เต็มทน ถ้าไม่จัดการให้รู้สำนึกว่าอยู่ในฐานะที่เป็นรองคนอื่น มันก็คงจะไม่หยุดป่วน

“ไม่หยุด! ฮื้อ!”

มือหนาบีบปากแสนดื้อรั้นให้มาเผชิญหน้า ก่อนกดริมฝีปากลงไป ส่วนคนถูกบังคับจูบได้ตกใจจนตัวแข็งทื่อไปแล้วเรียบร้อย หากแต่คนเริ่มยังไม่หยุด ปลายลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็ก ก่อนขยับมือช้อนศีรษะทุยให้เงยหน้าเพื่อรับรสจูบได้แนบสนิท ร่างบางกลับมารู้สึกตัวและออกแรงดิ้น แต่ก็ดิ้นได้ไม่นาน เพราะเคลิ้มตามไม่รู้ตัว ลิ้นสากไล่ไปตามฟันซี่เล็ก ก่อนตะหวัด รุกล้ำหาความหวานภายในอีกครา ร่างหนาลิ้มรสหวานจนพอใจ ค่อยๆถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง คนถูกจูบหอบหายใจ เอาอากาศเข้าปอดแทบไม่ทัน ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ

...หมอนี่จูบเก่งเป็นบ้า เล่นเอาเคลิ้มเลย...

เกิดความเงียบขึ้นภายในรถ ทั้งสองจ้องตากันเหมือนมีใครอยากจะพูดอะไร

...บ้าเอ้ย แล้วฉันจะเคลิ้มกับมันทำไมวะเฮ้ย... 

“ปล่อย...” คราวนี้คชาพูดเบาๆ

“อย่าคิดหนีอีก เข้าใจนะ”

คชาพยักหน้าเร็วๆ หวังแค่ให้หนีให้พ้นหมอนี่ให้เร็วที่สุด

เต๋าปล่อยตัวคชาให้ไปนั่งที่เดิม คราวนี้เจ้าตัวแสบเขยิบไปนั่งห่างจากเต๋าเป็นวา

“ไหนนายบอกนายไม่ได้เป็นเกย์ไง มาจูบฉันทำไมวะเนี่ย ยี้” ร่างเล็กเอาแขนเสื้อถูปากแรงๆ สีหน้าขยะแขยง

“ก็เห็นนายสวยดี แม้ว่าโดยรวมแล้วเหมือนทอมมากกว่า ตอนใส่วิกก็เหมือนกระเทยเชียว ฮึ” เต๋านั่งไขว่ห้าง แซวคชาอย่างสบายอารมณ์

“แกมัน...ไอ้...ไอ้โรคจิต ไอ้วิปริศ ไอ้ผิดเพศ ไอ้เกย์ ไอ้ผู้ชายหาเมียไม่ได้ ไอ้หน้าหนา ไอ้เผือก ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ไอ้...”

“คชา ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไม่หยุดแค่เมื่อกี้นะ” เอ่ยปากข่มขู่คนปากจัด ก่อนที่จะได้ด่าเขาไปมากกว่านี้ คนถูกขู่ได้แต่อ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาทองฮุบอากาศ ก่อนจะนั่งกอดอกเงียบ ขยับปากขมุบขมิบ

“คชา...” เต๋าเอ่ยเรียกชื่ออย่างขบขัน เขาสนุกที่ได้แกล้งเด็กคนนี้จริงๆ นี่เขาไมได้หัวเราะมานานเท่าไหร่แล้วนะ

“อะไรเล่า!”

“ด่าอะไรฉันหรือ”

“ไม่มี!” ปฏิเสธเสียงสูง ใครเขาจะเชื่อกัน

“อย่าให้ฉันได้ยินแล้วกัน ว่าเธอด่าฉันว่าอะไร คราวนี้คงไม่ลงโทษแค่จูบหรอกนะ” คนขู่ยิ้มกริ่มใส่ คชาหันมาถลึงตาใส่ “รู้แล้ว!”

ทั้งคู่จบบทสนทนาพร้อมกับที่รถได้เลี้ยวเข้าหมู่บ้านใจกลางกรุง ที่ซึ่งมีที่พำนักของนายเศรษฐพงศ์ตั้งอยู่

ชีวิตในฐานะตัวประกันกำลังจะเริ่มขึ้น!

------------------------------------------------------------------------

Bowybowi's talk

รีบมาลงตอนที่4ก่อนวันเสาร์อาทิตย์ค่ะ

เพราะพรุ่งนี้อยู่เวร และเสาร์นี้ว่าจะไปตามเต๋า อิอิ

ใครอยากไปตามเต๋าไหมคะ

CR: AFChannel

“มีข่าวดีจาก CP และทีมงานมาฝากแฟนๆเต๋าจ้า~!!!
“เชิญแฟนคลับร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคลิปตอนพิเศษของเต๋า AF8
ในซิทคอมออนไลน์
ซีพี ซอสเซส แมนชั่น ซีซั่น 2
พบกับการ Featuring
ระหว่างเต๋ากับทีมนักแสดงซอสเซจ แมนชั่น ครบเซ็ท
ร่วมเล่นคอนเสิร์ตสุดฮา พร้อมพบแขกรับเชิญพิเศษ เป้ อารักษ์
ถ่ายทำกันอย่างใกล้ชิดที่
บริเวณ ลานหน้าหอนาฬิกา สวนจตุจักร
วันเสาร์ที่ 3 มีนาคม 2555 ตั้งแต่เวลา 9.30-15.00 น.”

ไม่รู้จะไปทันมั้ย แต่ไปไว้ก่อน ฮ่าๆๆๆ

สุดท้าย เหมือนเดิม ขายของๆ ใครอยากสั่งซื้อพวกกุญแจและเข็มกลัดเต๋าคชา คลิกไปเลือกชมได้ที่หน้า Page Sale เด้อ
ฝากด้วยค่า ^________^

edit @ 15 May 2012 17:41:41 by Bowy_Minie