Fiction

THIS IS FAN-FICTION!!!
คำเตือน!! Entryนี้ ลงแฟนฟิคชั่น ช - ช (Yaoi)
ใครรับไม่ได้ กรุณาคลิกปุ่ม x เพื่อออกจากBlogนี้ค่ะ
 
Fan-Fiction : TaoKacha AF8
1.ฟิคนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเองจากมโน จากต่อมจิ้น จากเซลล์สมองของข้าพเจ้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริงที่มีอยู่ขึ้น
2.ฟิคนี้ คือ ฟิค ไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งใดๆที่ตัวละครกระทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินไม่ว่าทางใดๆ
3.ฟิค นี้ คนเขียนใช้เวลานานในการแต่ง เนื่องจากเวลาว่างมีน้อย และเวิ่นนานก่อนเขียน จะลงประมาณ สัปดาห์ละ1ตอนค่ะ ถ้าเกินค่อยทวงนะคะ ฮ่าๆๆๆ
-----------------------------------------------------------------------

[Fic]{TaoKacha}วายร้ายกับจอมยุ่ง

ตอนที่ 6 Find the exist

เจมส์วางสายจากเศรษฐพงศ์แล้วเงยหน้ามองเฟรมและแพรวที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ
“ทำไงดีพี่แพรว เอาไงดีวะเฟรม”
“ทำไมหมอนั่นต้องใช้วิธีลำบากยากเย็น อย่างการแลกตัวประกันมาแลกกับลูกน้องด้วย แค่เดินมาที่สน.แล้วก็แจ้งความคนหาย หรือไม่ก็มาหาที่โรงพยาบาลเลย พวกมันน่าจะรู้แล้วด้วยซ้ำว่าพวกเราเก็บตัวลูกน้องมันไว้ที่ไหน ทำไมต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก” เฟรมออกความเห็น “แสดงว่าต้องมีลับลมคมในอะไร”
ทั้งสามคนหันไปมองตัวต้นเหตุที่นอนอยู่บนเตียง สายตาคู่นั้นมองกลับอย่างเย็นชา

“พวกนายกำลังทำอะไรกันอยู่” ตำรวจหญิงเอ่ยถาม
“แล้วทำไมฉันต้องบอกพวกนาย” ต้นกระตุกยิ้มมุมปาก บรรยากาศมาคุเริ่มแผ่ขยาย

“....”

“พอก่อนเหอะพี่! อย่าเพิ่งเล่นสงครามประสาทเลยนะครับ ผมจะประสาทแดกตายแล้ว ช่วยผมคิดก่อนเถอะ จะช่วยพี่คชายังไงดี”
“เจ้านายฉันก็บอกแล้วนี่ ให้แลกตัวฉันกับนายคชาอะไรนั่น เรื่องแค่นี้ ไม่ให้ต้องคิดให้ยาก” ต้นพูดพลางยักไหล่ เหมือนเรื่องนี้แค่นี้ไม่น่าคิดให้ปวดหัว
“ไม่!” แพรวปฏิเสธ “ฉันอยากรู้ให้ได้ก่อนว่า พวกนายมีเรื่องอะไรที่ปิดบังพวกเราไว้”
“โอ้โห ถ้างั้นมีเยอะแยะเลยแหละ อยากรู้เรื่องไหนก่อนดี ฟอกเงิน ค้ายา คาสิโน รึว่าพนันบอล แต่เอ๊ เรื่องพวกนี้เธอก็คงรู้อยู่แล้ว แต่ก็...งั้นๆแหละ”
“แล้วเรื่องที่นายโดนใครยิงมานี่ล่ะ จะบอกว่าเป็นการขัดแย้งทางธุรกิจธรรมดาๆงั้นหรอ”
“ใช่! ก็แค่การขัดแย้งทางธุรกิจธรรมดา”
“แต่ดูสภาพการณ์แล้วไม่น่าใช่นะ นายไปทำอะไรแถวบ้านร้างนั่นคนเดียว คงไม่ใช่เจรจาทางธุรกิจแน่ๆ เพราะรูปแบบการทำธุรกิจของพวกนายไม่ใช่แบบนี้”
“ไม่ใช่แบบนี้ แล้วแบบไหนล่ะ แหม พวกเราก็ต้องมีการเจรจาธุรกิจกับตลาดมืดเป็นธรรมดา จะให้มานั่งคุยงานในล็อบบี้โีรงแรมคงใช่ที่”
“แต่จากที่น้องชายฉันเล่าให้ฟัง รู้สึกนายจะไม่ได้เจรจาแถวนั้นนะ แต่ดูเหมือนถูกไล่ตามไปในหมู่บ้านนั้นต่างหาก” แพรวเดินเข้าไปพูดใกล้ๆ ต้นหันไปจ้องเจมส์ราวกับจะถลกหนังหัวเขาเดี๋ยวนั้น
“ก็...ก็กำลังจะคุยกันแถวหน้าหมู่บ้านไง แล้วอยู่ๆพวกนั้นก็ยกเลิก แถมยังไล่ฆ่าฉันอีก”
“เหรอ แปลกดีเนอะ นายไปเจรจางานคนเดียว ฉายเดี่ยวไม่มีลูกน้องตามไปด้วย คิดจะเจรจางานคนเดียวไม่ผ่านหัวหน้าหรือไง” ตำรวจสาวยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆนักโทษที่นอนอยู่ “จริงๆแล้ว นายหนีใครกันแน่ ศัตรูหรือหัวหน้า”
ต้นพยายามนึกเหตุผลสู้กับแพรว แต่ในเวลาแบบนี้ ชายหนุ่มกลับจนคำพูด และสายตาคาดคั้นจากตำรวจหญิงคนนี้ก็กำลังทำให้เขาเกือบต้องยอมแพ้

“เอางี้ดีกว่าครับ เรามาแลกกันไหม คุณบอกข้อมูลกับทางตำรวจไป แล้วเราก็จะปล่อยตัวคุณไป คุณค่อยตัดสินใจก็ได้ เรามีเวลาอีก 47ชั่วโมงกว่าๆ แถมตอนนี้คุณยังบาดเจ็บ ไม่หายดี ยังไงหมอก็ไม่ให้ออกจากโรงพยาบาลหรอก” เฟรมยื่นข้อเสนอให้ทั้งคู่ “ดีกว่านะพี่แพรว พี่จะได้หาข้อมูลมามัดตัว ให้เขายอมเปิดปากพูดด้วยไงพี่”
“อ้าว เฟรม แล้วแม่พี่คชาล่ะ จะบอกเขาว่าไง ลูกเขายังไม่ติดต่อกลับไปเนี่ย” เจมส์โวยวายใส่เพื่อน ที่ไม่คิดหาทางออกให้เขาด้วย

“ก็แผนเดิมนั่นแหละเจมส์ บอกไปก่อนว่าไปเที่ยวกับพี่หลิน ถ้าโทรไม่ติดคืออาจไม่มีสัญญาณ ไปเที่ยวทะเลเที่ยวเกาะ อะไรก็ว่าไป อย่าลืมไปนัดพี่หลินไว้ด้วยล่ะ”
“แต่...” เจมส์อ้าปากจะแย้ง แต่เฟรมชิงดักคอไว้ก่อน “แค่สองวันเอง เนียนๆไปเดี๋ยวก็โอเค เชื่อใจพี่แพรวกับเราดิว่าจะพาพี่คชากลับมาให้ได้” เฟรมตบไหล่เพื่อนรักไปแรงๆหนึ่งที เจมส์ได้แค่ยิ้มฝืด

...ต่อให้พูดไป คนพวกนี้ก็ให้หน้าที่มาก่อนเรื่องส่วนตัวอยู่ดี...

แปะ! แปะ! แปะ!

เสียงปรบมือดังจากเตียงผู้ป่วย นักโทษหนุ่มนั่งตบมือแสดงสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดว่าเสแสร้งชื่นชม
“ช่างน่้าประทับใจอะไรอย่างนี้ ผลงานก็อยากจะได้ ช่วยเพื่อนก็จะช่วยให้ได้ โลภมาก!”

“นายมัน...น่ารังเกียจ” แพรวเริ่มจะเก็บความโกรธไว้ไม่ไหวแล้ว
“พี่แพรวใจเย็น”

เฟรมตกใจที่เห็นพี่สาวที่ตนเคารพโกรธชายตรงหน้าเป็นฟืนเป็นไฟ เขาไม่เคยเห็นพี่แพรวโกรธใครจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้แบบครั้งนี้ เด็กหนุ่มได้แต่สงสัย เรื่องราวคราวนี้คงมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรที่เขาไม่รู้อีกมาก แล้วดูท่า เรื่องจะไม่จบลงง่ายๆ

“รีบๆแลกตัวไปดีกว่านะ เรื่องจะได้จบๆ” ต้นวกกลับมาพูดเรื่องเดิม เขาจำเป็นต้องรีบกลับไปพบเจ้านายของเขา เดี๋ยวนี้!
“ใช่ๆ พี่คชาจะได้กลับบ้าน” เจมส์รีบเห็นด้วย เพราะเขาเป็นห่วงคชา แถมตัวเขาก็ไม่เข้าใจว่า “แล้วพี่แพรวอยากรู้เรื่องของเขาไปทำไมหรอพี่ จริงๆ เขาเป็นผู้เคราะห์ร้ายด้วยซ้ำนะครับ”
“ก็มันน่ะ...!!”

ก๊อก! ก๊อก!

เสียงเคาะประตูห้องดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน ลูกน้องของแพรวเดินเข้ามากระซิบใกล้ๆ

“ขอบคุณมาก แล้วฉันจะไปดูเดี๋ยวนี้แหละ”
“ครับ” นายตำรวจหนุ่มทำความเคารพแล้วเดินออกจากห้องไป ความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้บรรยากาศเปลี่ยนไป

แพรวยิ้มอย่างผู้มีชัย

“ทางเราค้นเจอไฟล์บันทึกเสียงในโทรศัพท์ของนาย คาดว่าจะเป็นหลักฐานสำคัญ ทีนี้ เราจะได้รู้กัน ว่าพวกนายกำลังเรื่องเลวร้ายอะไรกันอยู่” ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหน้าซีด เธอยิ่งได้ใจ

“พวกนายไม่มีัสิทธิ์มาค้นของของฉัน”
“อ้าว นายไม่ีู้รู้ นายถูกจับแล้ว เอ่อ ซักข้อหานึงในสิบๆข้อหาที่นายควรจะโดนจับมาก่อนหน้านี้แล้ว”

“เจมส์ เธอเฝ้าเขาอยู่ที่นี่แล้วกัน ถ้ามีอะไรเร่งด่วน ก็โทรเข้าเบอร์มือถือพี่ได้เลย” แพรวรีบขัดเมื่อเห็นเจมส์จะค้าน “ไม่ต้องห่วง พี่ไม่ให้นายอยู่คนเดียวหรอก มีตำรวจเฝ้าหน้าห้อง แล้วถ้าเผื่อ นายเศรษฐพงศ์นั่นโทรกลับมาอีก พยายามคุยดึงเวลาแลกตัวประกันไว้ล่ะ อย่าให้หมอนั่นได้คุยกับเจ้านายมันเป็นอันขาด”
“เอ่อ...”
“ส่วนเฟรม ไปกับพี่” แล้วทั้งสองก็เดินจากไป ทิ้งให้เจมส์อยู่กับต้น สองต่อสอง...
ฟังดูเหมือนจะดี แต่...
ต้นจ้องเจมส์เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ
่ดูท่า คนเจ็บจะเกลียดขี้หน้าเขาเสียแล้ว ถ้าเขาเดินเข้าไปใกล้นี่ คงโดนบีบคอตาย
เจมส์ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนกลับไปสนใจโน้ตบุ๊คตรงหน้า
“เอ้อ คุณ ถ้ามีไรจะให้ช่วยก็บอก...กันได้นะ” เด็กหนุ่มหันไปพูดทิ้งท้ายแต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับเอาเสียเลย “โธ่ หลับซะแล้ว”

----------------------------- 30 % ----------------------------

 

Bowybowi's talk

กว่าจะมาต่อ ขออภัยที่ให้รอนานนะคะ มาแบบอินโทรสั้นๆ แล้วจะรีบมาต่อให้อย่างไวว่องนะคะ
หลังจากนี้ไปจะค่อนข้างมันส์(มั้งนะ) ฮ่าๆๆๆ
เน้นแอ็คชั่นค่ะ คนเขียนชอบหนังบู๊ อิอิ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ 

 

 

เข้าไปเลือกดู ช่วยอุดหนุนด้วยนะคะ ใครอยากสั่งซื้อพวกกุญแจและเข็มกลัดเต๋าคชา คลิกไปเลือกชมได้ที่หน้า Page Sale เด้อ
ฝากด้วยค่า ^________^

 

edit @ 21 May 2012 16:31:44 by Bowy_Minie

THIS IS FAN-FICTION!!!
คำเตือน!! Entryนี้ ลงแฟนฟิคชั่น ช - ช (Yaoi)
ใครรับไม่ได้ กรุณาคลิกปุ่ม x เพื่อออกจากBlogนี้ค่ะ
 
Fan-Fiction : TaoKacha AF8
1.ฟิคนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาเองจากมโน จากต่อมจิ้น จากเซลล์สมองของข้าพเจ้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องจริงที่มีอยู่ขึ้น
2.ฟิคนี้ คือ ฟิค ไม่ใช่เรื่องจริง สิ่งใดๆที่ตัวละครกระทำ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศิลปินไม่ว่าทางใดๆ
3.ฟิค นี้ คนเขียนใช้เวลานานในการแต่ง เนื่องจากเวลาว่างมีน้อย และเวิ่นนานก่อนเขียน จะลงประมาณ สัปดาห์ละ1ตอนค่ะ ถ้าเกินค่อยทวงนะคะ ฮ่าๆๆๆ
-----------------------------------------------------------------------

[Fic]{TaoKacha}วายร้ายกับจอมยุ่ง

ตอนที่ 5 Why me?

“กู.ตาย.แน่.” เจมส์นั่งกุมขมับอยู่ในร้านกาแฟใกล้สถานีตำรวจ

“ไม่ตายหรอกมึง” เฟรมนั่งปลอบอยู่ข้างๆ

“เดี๋ยวพวกเราจะหาทางช่วยคชากลับมาแน่นอน เราไม่รู้จุดประสงค์ที่พวกมันลักพาตัวน้องคชาไป แต่อีกไม่นาน พวกคนร้ายคงมีข้อเสนอมาให้เรา ไม่ก็แค่จับตัวคชาไว้เพื่อหนีเท่านั้น ใจเย็นๆก่อนน้องเจมส์” ตำรวจสาวที่นั่งตรงข้ามทั้งสองคนเอ่ยขึ้น

“แล้วจะให้ผมไปบอกแม่พี่คชาว่าไงอะพี่แพรว อยู่ๆพี่คชาก็หายตัวไป แถมติดต่อไม่ได้อีก แล้วแม่พี่คชาก็รู้ว่าผมทำงานกับพี่เขา ถึงจะไม่รู้ว่าทำงานอะไรก็เถอะ แต่ผมเป็นคนเดียวที่อยู่กับเขา แม่เขาต้องมาเค้นความจริงจากผมแน่เลยพี่ ผมจะทำไงดี”

“ใจเย็น น้องเจมส์ ปกติเวลาทำงานต้องติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่ตัวคชาใช่ไหม แล้ววันนี้น้องเจมส์ไม่ได้ติดหรอ”

“ผม...ลืม”

“แล้วภาพในกล้องวงจรปิดไม่เห็นตอนคชาโดนพาออกไปหรอ”

“ผม...ไม่ทันดู”

“มือถือคชาล่ะ”

“พี่คชาลืมไว้บนรถ”

“เฮ้อ...” ทั้งแพรวทั้งเฟรมถึงกับถอนหายใจเสียงดัง

“ตอนนี้เราคิดว่าคนที่ลักพาตัวคชาไป คือคนร้ายสองคนที่โผล่มาก่อนกลุ่มนายธัญวิทย์จะมา ซึ่งพวกเราเช็คจากในกล้องวงจรปิดก็ได้ว่าเป็นใคร พี่ว่าหน้าคุ้นๆ หาไม่ยากหรอก แล้วเราก็ตามหาตัวคนร้ายสองคนนั้นซะ”

“แล้วระหว่างนี้ที่พวกเรายังไม่เจอตัวพี่คชาล่ะ ผมจะไปบอกแม่พี่คชาว่าไงดี”

“บอกว่าไปเที่ยวไง ไปเที่ยวกับพี่หลินดีมั้ย แล้วก็ไปเตี๊ยมกับพี่เขาก่อน” เฟรมเสนอความคิด ให้เจมส์โกหกแม่ของคชาไปก่อน ว่าไปเที่ยวกับเพื่อนสมัยเด็กของคชา ซึ่งแน่นอน เธอรู้ว่างานที่คชาและเจมส์ทำคืออะไร เพราะบางครั้ง เธอก็เป็นคนหาเป้าหมายให้คชากับเจมส์

“จะหลอกได้หรอวะ”

“ได้ดิ อย่างน้อยก็สัก 2-3 วันแหละ” เฟรมตบบ่าให้กำลังใจเพื่อน โดยมีพี่แพรวมองมาอย่างเอ็นดู

“แต่เจมส์ไม่อยากโกหกแม่พี่คชาเลย” หมียักษ์โอดครวญ เขาโกหกไม่เก่ง แม่พี่คชาจะจับพิรุธได้ก่อนที่เขาจะพูดจบเสียด้วยซ้ำ

กริ๊ง!

โทรศัพท์ของแพรวดังขึ้น สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ก่อนจะรับโทรศัพท์

“สวัสดีค่ะ ...ค่ะ ...ค่ะ ...ค่ะท่าน ...เดี๋ยวดิฉันรับผิดชอบงานนี้เองค่ะ ...ได้ค่ะ ...ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะท่าน”

ชายหนุ่มทั้งสอง จ้องมองการคุยโทรศัพท์ของพี่สาวไม่วางตา หูผึ่งอยากรู้ข่าวสารเต็มที่

“ข่าวดีมั้ยพี่” เจมส์ถาม สีหน้าเปี่ยมด้วยความหวังว่าจะเป็นข่าวคราวของคชา

“ไม่ใช่สำหรับเจมส์ เสียใจด้วย” หญิงสาวยิ้มอย่างเห็นใจ “แต่เป็นข่าวเกี่ยวกับผู้ชายคนที่นายพาไปส่งโรงพยาบาลเมื่อวานนี้”

“แล้วเขาเป็นไงบ้างพี่” สีหน้าของคนเพิ่งเคยช่วยชีวิตคนเจ็บไว้ได้เบิกตามองแพรวอย่างมีความหวัง ดูท่าจะหวังไว้เยอะเสียด้วย

...ก็เขาไม่เคยช่วยชีวิตคนอื่นที่เจ็บปางตายเลย พอได้ช่วยแล้ว ก็อยากรู้อาการของคนถูกช่วยสิ เป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างนะ... 

“จริงๆแล้วไม่ได้ถูกยิงถึงอวัยวะภายในหรอก แค่โดนยิงเฉี่ยวๆแต่หลายแผลเท่านั้นแหละ อาการก็ดีขึ้นมาก ดีขึ้นเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ร่างกายของเขาแข็งแรงมาก เหมือนคนที่ถูกฝึกมาดี” ใบหน้าอ่อนโยนเปลี่ยนเคร่งเครียด “คนที่นายพามา ไม่ใช่คนในสังคมทั่วไป หมอนี่เป็นมือซ้ายของมาเฟียหน้าใหม่ที่กำลังมีชื่อ หัวหน้าเลยสั่งให้พี่ไปสอบสวนเขา ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ถ้ามีเอี่ยวกับเหตุการณ์ที่นอกเหนือจากขัดผลประโยชน์กันเอง พวกเราก็ต้องจัดการปัญหานั้นซะ”

“ลุงสั่งมาหรอพี่แพรว” เฟรมถามถึงลุงของตน ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าของแพรวในตอนนี้ จริงๆแล้วเฟรมอยากมีส่วนร่วมในงานของลุงมาโดยตลอด แต่เพราะไม่ใช่หน้าที่ จึงได้แต่เข้าไปยุ่งอยู่ห่างๆ แต่พอคชาและเจมส์มามีส่วนร่วมในการทำงานเป็นนกต่อ เขาก็ขอเข้ามามีส่วนร่วมทันที เรื่องสนุกๆ เสี่ยงๆแบบนี้ เขาไม่อยากพลาดหรอกนะ

“ใช่ เราจะไปสอบสวนเขาตอนนี้แหละ เพราะเขาได้สติกลับคืนมาแล้ว และตอนที่ฟื้นมาก็ทำท่าจะหนีด้วย ฤทธิ์มากเชียว นี่ขนาดเสียเลือดไปหลายลิตร” แพรวทำหน้ายุ่งยากใจแล้วเอ่ยปากถามเด็กหนุ่มทั้งสอง “จะไปด้วยกันไหมล่ะ”

“ไป!”

“ไป!”
สองคนประสานเสียงตอบทันที รายหนึ่งไม่อยากพลาดเรื่องสนุก อีกรายอยากจะรู้เรื่องราวของคนเจ็บ

“งั้นไปกันเถอะ”

--------------------------------------------------------------------------------

เขาไม่ชอบโรงพยาบาลเลย เหมือนมีความตายอยู่รอบตัว และเป็นสถานที่ที่ไม่มีอาวุธที่ป้องกันตัวเองได้ เขามีภารกิจที่ต้องไปทำ และจะต้องทำเดี๋ยวนี้

ทันทีที่ฟื้น เขากะจะหนีออกจากโรงพยาบาลนี่ แต่พยาบาลเข้ามาเห็นเขาเสียก่อน และร้องเรียกตำรวจ ตัวเขาก็เพิ่งออกจากห้องผ่าตัด เรี่ยวแรงที่จะหนีจึงไม่มี เลยถูกโดนตามจับได้ทันควัน แถมถูกมัดให้อยู่กับเตียงและล็อกกุญแจมือ พร้อมตำรวจเฝ้าในห้องหนึ่งคน หน้าห้องอีกหนึ่งคน

ชายหนุ่มหลับตาลงคิดหาแผนการที่จะหนีออกไปจากโรงพยาบาลนี้ เขาจำเป็นต้องกลับไปหาเจ้านายของเขา ก่อนที่เรื่องร้ายแรงจะเกินขึ้นกับเจ้านายและแก๊งค์ที่เขารักดั่งครอบครัว ตอนนี้แผนการในหัวที่เขาพอจะนึกได้ ก็มีแต่เรื่องบ้าบิ่นทั้งนั้น แต่ถ้าไม่บ้าบิ่น เห็นทีก็คงจะออกจากโรงพยาบาลนี่ไม่ได้ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเอ่ยเสียงแหบแห้งเรียกตำรวจที่นั่งเฝ้าอยู่

“คุณ...คุณตำรวจครับ” ได้ผล นายตำรวจหน้าอ่อนปรายตามองมายังเตียงคนไข้

“คุณตำรวจครับ ช่วยผมหน่อย ผมหิวน้ำ”

นายตำรวจมองหน้าเขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะสงสาร ลุกเดินมายังโต๊ะข้างเตียง เทน้ำใส่แก้วยื่นให้คนป่วย

“เอ้า นี่”

“มันไม่มีหลอดแบบนี้ กินลำบาก ช่วยประคองตัวผมหน่อยได้มั้ยครับ” เขาส่งสายตาเว้าวอนให้คนถือแก้ว ซึ่งดูก็รู้ว่าเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นตำรวจใหม่ๆ

คนถูกร้องขาถอนหายใจ ก่อนใช้มือข้างที่ว่างประคองศีรษะคนเจ็บขึ้นมา

...ตำรวจอ่อนหัด เสร็จโจร... 

โจรคนที่ว่า ยกขาทั้งสองข้างที่ไม่ได้โดนมัด เกี่ยวคอตำรวจผู้โชคร้ายลงมาล็อกกับพื้นเตียง แผ่นหลังพาดกับราวเหล็กกั้นเตียง ถ้าเพียงแค่เขาบิดขา คอนายตำรวจคนนี้คงหัก ไม่ก็กระดูกสันหลังหักแน่นอน

“ห้ามส่งเสียง ถ้าไม่อยากโดนหักคอ ส่งปืนกับกุญแจมาให้ฉัน เดี๋ยวนี้” เสียงหวานกระซิบอย่างเหี้ยมเกรียม ตำรวจหนุ่มทั้งหายใจไม่ออก กลัวตายก็กลัว เจ็บก็เจ็บ มือสั่นเทาควานหาปืนอย่างลนลานแล้วยื่นให้คนข่มขู่ แม้ว่าจะโดนมัดไว้ แต่ก็ไม่ได้มัดจนติดราวเหล็ก ยังเหลือระยะทางให้เขาขยับมือได้ มือที่ถูกมัดตอนนี้จึงมืออาวุธอยู่ในมือ เขาปล่อยตัวตำรวจให้เป็นอิสระ

“ดี ต่อไปเอากุญแจมาไขให้ฉัน อย่าคิดแม้แต่จะหนี ระยะห่างแค่นี้ฉันยิงหัวนายทะลุได้แน่”

ตำรวจผู้โชคร้ายหยิบกุญแจมาไขกุญแจมือให้ด้วยมือที่สั่นรุนแรงจนควบคุมแทบไม่ได้ มือคู่นั้นยึกๆยักๆอยู่ตรงรูกุญแจ ยัดกุญแจเข้าไปไขไม่ได้เสียที

“โอ๊ย เร็วๆเข้าสิ ชักช้าเดี๋ยวพ่อยิงไส้แตก”

แกร๊ก

ก่อนที่คนอยากหนีจะได้หนี ประตูห้องพักผู้ป่วยถูกเปิดออก ความสนใจของของต้นถูกดึงไปยังผู้มาเยือน นายตำรวจหนุ่มที่ถูกบังคับในตอนแรก จึงใช้ความกล้าเฮือกสุดท้ายที่เขามี ดึงปืนออกจากมือต้นก่อนกลับมาเป็นฝ่ายเหนือกว่า

ผู้เข้ามาใหม่สามคนได้แต่ยืนตะลึงอยู่หน้าประตู

“เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่กันเนี่ย” ตำรวจสาวอุทาน

“โอ๊ย บ้าที่สุด!” นายโจรสบถ

 

---------------------------------50%-----------------------------

รถลิมูซีนสีดำพาเศรษฐพงศ์และเชลยตัวแสบเข้ามายังหมู่บ้านหรูหราใจกลางเมือง คชาได้แต่ตะลึงกับภาพบ้านดีไซน์ยุโรปหลังเบ้อเริ่ม แต่ละบ้านสวยแข่งกันตั้งแต่ประตูรั้วยันตัวบ้าน

นี่บ้านไอ้โจรมันอยู่ในนี้จริงหรอ มันไปปล้นใครมาอยู่วะเนี่ย

เขาไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่างไอ้โจรลักพาตัวจะมีปัญญาซื้อบ้านหลังใหญ่ได้ แต่แค่เห็นรถลิมูซีนที่มันพานั่งตอนนี้ เขาก็อ้าปากค้างไปแล้ว เจอบ้านแบบนี้ไป บอกตรงๆเลยว่า “ช็อค” ครับ นนทนันท์ช็อคครับ

“นี่บ้านนายอยู่ในหมู่บ้านนี้เรอะ?” เขาเปิดปากถามทั้งๆที่ตายังมองนอกรถไม่วางตา

“ใช่ แปลกใจมากหรือไงที่ฉันมีเงินซื้อบ้าน”

“ก็...นิดหน่อย ก็นึกว่าเป็นโจรกระจอกๆซะอีก หนีตำรวจโดยใช้วิธีลักพาตัวคนอื่นมาแบบนี้”

“ฉันบอกนายเมื่อไหร่ว่าฉันใช้นายเป็นตัวประกันเพื่อหนีตำรวจ ก็บอกไปแล้วไง ฉันใช้นายเป็นเชลยเพื่อแลกกับตัวลูกน้องฉัน”

ใบหน้าหวานทำหน้ายู่ใส่เศรษฐพงศ์ “ใช้คำอื่นที่ไม่ใช่เชลยไม่ได้รึไง คำว่าเชลยฟังดูย่ำแย่กว่าตัวประกันยังไงไม่รู้”

“คำว่าเชลยน่ะถูกแล้ว หึหึ” เศรษฐพงศ์แต้มรอยยิ้มที่มุมปาก แต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วย คชาถึงกับขนลุกซู่ เค้าอ่านหมอนี่ไม่ออกจริงๆว่าคิดอะไรอยู่ เป็นศัตรูที่น่ากลัวชะมัด

รถคันใหญ่พาทั้งสามคนเลี้ยวเข้าซอยสุดท้าย เจอรั้วบ้านกว้างสุดซอย เหมือนอาณาเขตของรั้วนี้ครอบคลุมทั้งซอย รถจอดหน้าประตูรั้วก่อนที่ไทด์จะกดรีโมทให้ประตูรั้วอัตโนมัตินั้นเปิดออก แล้วพาพวกเขาเข้าไปข้างใน สองข้างถนนมีแต่ต้นไม้ใหญ่ ร่มรื่น แต่กลางคืนคงน่ากลัวไม่ใช่น้อย สุดถนนเส้นนี้ คือบ้านสไตล์ตะวันตกสองชั้น หลังไม่ใหญ่โตเหมือนบ้านกลุ่มแรกๆหน้าหมู่บ้าน

---------------------------------60%-----------------------------

รถเทียบท่าหน้าบ้านหลังงาม คชาที่นั่งอึ้งตลอดทางก็ได้สติ แต่ยังนั่งเนียนมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมลงจากรถ ยิ่งจับสัมผัสได้ว่าถูกจับจ้องด้วยสายตากดดัน เขายิ่งนั่งนิ่งเก็บอาการ แต่เหงื่อกาฬผุดขึ้นที่ขมับแบบไม่สนใจว่ารถแอร์เย็นแค่ไหน เสียงเปิดประตูรถอีกฟากดังขึ้น แล้วก็ถูกปิดลง คชาถอนหายใจเสียงดัง ก่อนจะสะดุ้งตัวโยน เมื่อประตูฟากตนเองถูกเปิดออก นายเศรษฐพงศ์หน้าตายยืนเท้าแขนกับขอบประตู ดวงตาคู่นั้นจ้องเขาราวกับสื่อกระแสจิตให้เขาลงจากรถ

...เรื่องอะไรจะลงไปหานรกเล่า...

เมื่อเห็นว่าเชลยของเขาไม่ยอมลงจากรถ เขาคงต้องงัดคำขู่มาใช้เสียแล้ว
“จะลงจากรถดีๆ หรือจะให้ลากไป” เป้าหมายยังนิ่งเงียบ

“1...2...3!” สิ้นเสียงนับ เขายื่นมือไปกระชากแขนเล็กอย่างแรงให้ออกมาจากรถ จนเจ้าตัวโวยวาย “ลงแล้วๆ ผมลงแล้ว เดินเองได้ไม่ต้องลาก!” คชาสะบัดแขนให้หลุดพ้นจากมือเศรษฐพงศ์ เจ้าของบ้านปรายตามองเชลยเจ้าปัญหาของเขาเสียหนึ่งที ก่อนหันหลังให้ แล้วเดินนำเข้าไป

“ตามมา” น้ำเสียงเฉียบขาดสั่งคนหัวดื้อให้ทำตาม แต่เรื่องอะไรคนอย่างคชาจะทำตามง่ายๆ เขายืนอ้อยอิ่งอยู่ข้างรถ จนเศรษฐพงศ์ที่เดินล่วงหน้าไปจนถึงประตูบ้านต้องหันกลับมาพูดย้ำเป็นครั้งที่สอง

“ตามฉันมา อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ” แววตาและน้ำเสียงของเจ้าบ้านตอนนี้ทำให้คชาตัวสั่น สัญชาติญาณบอกว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลากวนประสาท

ทั้งสามคนเดินไปยังห้องทำงานของเศรษฐพงศ์ซึ่งอยู่บนชั้นสอง เป็นห้องทำงานเรียบแต่หรู มีเซ็ทโซฟาสีแดงตั้งอยู่กลางห้อง ด้ายซ้ายของห้องเป็นชั้นหนังสือ ด้านขวามือเป็นโต๊ะทำงาน บานหน้าต่างอยู่ตรงข้ามประตู ผ้าม่านถูกปิดกันสายตาสอดรู้สอดเห็นจากภายนอก ไทด์ลากแขนคชาให้ไปนั่งบนโซฟา โจรหน้าหล่อโยนโทรศัพท์มือถือใส่คชา

“โทรหาน้องชายนายซะ”

คชาจ้องกลับด้วยสีหน้าไม่พอใจ ขยับปากขมุบขมิบก่อนจะกดเบอร์อย่างใส่อารมณ์

เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังขึ้นยาวนานเหมือนไม่สิ้นสุด

“สวัสดีครับ” 

...เฮ่อ มีคนรับซักที...

“ฮัลโหล เจมส์ใช่มั้ย พี่คชานะ” เขาได้ยินเสียงฮือฮาดังแทรกสาย เหมือนเจมส์จะไม่ได้อยู่คนเดียว งั้นก็ยิ่งดีเลย

“พี่คชาเป็นไงบ้าง แล้วนี่พี่อยู่ไหน มันทำอะไรพี่บ้างมั้ย พี่สบายดีใช่มั้ย พี่...”

“พอๆๆๆๆ ฟังพี่ก่อน” คชาตัดบทฉับ “ตอนนี้พี่โดนจับอยู่ หมอนี่ชื่อ...” ก่อนคชาจะได้พูดชื่อ ปืนออโต้สีดำมะเมื่อมสองกระบอกก็จ่อหัวเขาไว้

“อ่านตามนี้ อย่าตุกติก” เศรษฐพงศ์ยื่นกระดาษไปตรงหน้าคชา

“แล้วทำไมฉันต้องพูดตามนายสั่งด้วยล่ะ”

“แค่ทำตามคำสั่งนี่มันยากนักรึไง ห้ะ? ตั้งแต่นั่งรถมานี่นายเคยฟังคำพูดฉันบ้างมั้ย”

“ถ้าฉันไม่อยากแล้วนายจะทำไม นายไม่กล้าฆ่าฉันหรอก นายอยากได้ตัวลูกน้องนายคืนแทบแย่ ขืนฆ่าฉันนายก็ไม่มีตัวประกันไปแลกคืนสิ” ดวงตาของคชาจ้องกลับอย่างท้าทาย เขารู้ ยังไงไอ้โจรนี่ก็ไม่ฆ่าเขาหรอก เศรษฐพงศ์ได้แต่กัดฟันจนกรามนูนขึ้นสัน

“ฉันจะเตือนนายอีกครั้ง...พูดตามนี้”

“ไม่! เจมส์ หมอนี่ชื่อเศรษฐพงศ์ ตอนนี้มันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน...โอ๊ย”

ปึ๊ก!

ด้ามปืนกระแทกเข้ากับขมับคชาเข้าอย่างจัง เจ้าตัวได้แต่ร้องโอ๊ย ก่อนสติจะดับวูบไป

“พี่คชา! พี่คชา! เกิดอะไรขึ้น? ใครทำอะไรพี่!?” 

เศรษฐพงศ์จิ๊ปากอย่างขัดอารมณ์ ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ้อง

...ไอ้ตัวแสบมันบอกชื่อเขาไปแล้ว ต่อให้ดัดเสียงก็คงไม่ช่วยอะไร เขาไม่อยากเสี่ยงที่จะเปิดเผยตัว แต่...ช่วยไม่ได้...

“ฟังให้ดี” เสียงเข้มกรอกตามสาย “พวกนายมีเวลา48ชั่วโมง ในการตามตัวลูกน้องฉันที่ชื่อ ธนษิต ฉันคิดว่าพวกนายคงมีข้อมูลและรูปเขาอยู่แล้ว หาตัวเขาให้เจอ พรุ่งนี้ฉันจะโทรกลับไปหาพวกนายอีกที อ้อ แล้วอย่าคิดเล่นตุกติกด้วยการตามรอยโทรศัพท์เครื่องนี้ หรือบุกมาที่บ้านฉันล่ะ นายอาจไม่ได้เห็นพี่ชายที่น่ารักของนายอีก” เขาตั้งใจเน้นประโยคสุดท้ายให้ปลายสายจำขึ้นใจ ก่อนกดตัดสาย

“พี่ไทด์ พาตัวไอ้หมอนี่ไปไว้ที่ห้องใต้ดิน ขังลืมไปได้เลย” แวบนึง ไทด์เห็นแววตาเกรี้ยวกราดจากเศรษฐพงศ์ที่มองไปยังเด็กหนุ่มคนนี้ แค่แวบเดียวเท่านั้น สีหน้าก็กลับมาเฉยเมยดังเดิม แต่เดาได้ว่า ชายหนุ่มกำลังอารมณ์ไม่ได้ ไม่ควรขัดความคิดแม้แต่นิดเดียว ถึงไทด์จะสงสารเด็กนี่ก็ตาม ไทด์อุ้มคชาขึ้นพาดบ่า พาออกจากห้องทำงานไป

...เขาคิดผิดจริงๆที่เอาไอ้เด็กนี่มาเป็นเชลย จากนี้คงต้องวางแผนกันใหม่หมด บ้าชิบ!... 

 

---------------------------------100%-----------------------------

 


Bowybowi's Talk

เนื่องด้วยคอมฯเจ๊ง และติดสอบมากมาย จึงได้ลงช้่าอย่างนี้ ขออภัยด้วยค่ะ

แถมแต่งต่อไม่จบตอนอีก เศร้า

ไว้จะรีบมาต่อให้เร็วที่สุดนะคะ

 

แต่งจบแล้ว!!! วู้ฮู้ ยังไม่ได้แต่งตอนหน้าเลยค่ะ ฮ่าๆๆ จะรอดมั้ยชั้น

 

ฝากกันกับ Bang Award 2012 : Perfect Match ด้วยนะคะ

รักเต๋าคชา พิมพ์M4 ส่ง4242849

รักSingular พิมพ์ M5 ส่ง 4242849

รักทั้งสี่คน ก็โหวตทั้งสองเลย 5555 เราก็เป็นจ้ะ 

ใครทุนทรัพย์น้อย ก็เข้าไปได้ที่ Bang Awards 2012 เลยจ้า

 

 

สุดท้าย เหมือนเดิม ขายของๆ ใครอยากสั่งซื้อพวกกุญแจและเข็มกลัดเต๋าคชา คลิกไปเลือกชมได้ที่หน้า Page Sale เด้อ
ฝากด้วยค่า ^________^

edit @ 21 May 2012 11:01:53 by Bowy_Minie